วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2562

การจักสานในชุมชนท้องถิ่น(เพิ่มเติม)





การจักสานในชุมชนท้องถิ่น
ขั้นตอนการจักสาน
วิธีการจักตอก
1. การจักตอกปื้น แบ่งไม้ไผ่ออกเป็นชิ้นๆตามขนาดที่ต้องการ ใช้มีดจักตอกเอาส่วนในออก (ขี้ตอก)จักในส่วนที่เหลือออกเป็นเส้นบาง ๆ แล้วหลาวให้เรียบร้อยตากแดดให้แห้ง
2. การจักตอกตะแคง ใช้วิธีเดียวกันกับการจักตอกปื้นเบื้องต้น แต่การจักให้เป็นเส้นตอกจะทำการจักทางผิวเป็นเส้นเล็กกว่าตอกปื้น ทำการหลาวให้เรียบร้อย แล้วนำออกตาก
การสาน
การสาน เป็นขั้นตอนที่ยาก และต้องใช้ความละเอียดมากที่สุด เริ่มจากการก่อฐานด้านล่างด้วยเส้นตอกสองชนิด คือ ตอกยืน (ตอก-ตั้ง) ซึ่งจะมีลักษณะคอดตรงกลางต่างจากตอกทั่ว ๆ ไป และตอกนอน (ตอกสาน) ที่มีขนาดกว้างเท่ากันเท่ากันทั้งเส้นตากปกติ เหตุที่ตอกยืนมีลักษณะพิเศษ เนื่องมาจากเมื่อสานเสร็จจะได้ตะกร้าที่มีฐานเล็ก และค่อย ๆ บานขึ้นบริเวณปาก
การรมควัน
เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการสานเพื่อเพิ่มความแข็งแรง สวยงาม แก่เครื่องจักสานด้วยหวาย ในส่วนที่ต้องการเสริมเป็นพิเศษได้แก่ ปาก ขา หู การผูกและพันด้วยหวาย จะเสริมให้เครื่องจักสานเกิดความสวยงาม
การถักและพัน
เมื่อสานตัวเรียบร้อยก็ถึงการรมควันโดยจะทำในวันที่ไม่มีลม ใช้ฟางพรมน้ำหมาด ๆ เป็นเชื้อเพลิงเพื่อให้เกิดควันมาก รมจนเครื่องจักสานมีสีเหลืองเท่ากันทั้งใบ แล้วนำมาเข้าส่วนประกอบหวาย มีการผูกปาก พันขา ใส่ฐานและหูหิ้ว



ปรัชญาพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตร(เพิ่มเติม)


ปรัชญาพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตร
 
    พื้นฐานทางปรัชญา (Philosophical foundation) ปรัชญามีส่วนในการสร้างหลักสูตร เนื่องจากปรัชญามีส่วนในการช่วยกำหนดจุดประสงค์และการจัดการสอน ซึ่งมีแนวปรัชญาต่าง ๆ มากมาย
                   - ปรัชญาสารัตถะนิยม (Essentialism) เชื่อว่าแต่ละวัฒนธรรมมีความรู้ ความเชื่อ ทักษะ อุดมการณ์ที่เป็นแกนกลาง หลักสูตรที่จัดตามแนวนี้ได้แก่ หลักสูตรแบบเนื้อหาวิชา (Subject curriculum) และแบบสหสัมพันธ์ (Broadfields curriculum)
                   - ปรัชญาสัจนิยม (Perenialism) เชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือความสามารถในการใช้ความคิด ความสามารถในการใช้ความคิด ความสามารถในการใช้เหตุผล การตัดสินแยกแยะ และความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้า การจัดหลักสูตรจึงเน้นความสำคัญของวิชาพื้นฐานได้แก่ การอ่าน เขียน และการคิดคำนวณ
                   - ปรัชญาพิพัฒนาการนิยม (Progressivism) เชื่อว่าผู้เรียนจะเรียนรู้ได้โดยอาศัยประสบการณ์ ผู้สอนแบบประสบการณ์หรือกิจกรรม (Experience or activitycurriculum)
                   - ปรัชญาปฏิรูปนิยม (Reconstructionism) เน้นเรื่องชีวิตและสังคม ได้แก่ หลักสูตรที่ยึดหลักสังคมและการดำรงชีวิต (Social process and life function curriculum) และหลักสูตรแบบแกน (Core curriculum)
                   - ปรัชญาสวภาพนิยม (Existentialism) เชื่อว่าแต่ละคนกำหนดของชีวิตของตนเองได้แก่ หลักสูตรแบบเอกัตภาพ (individualized) เน้นการให้เสรีแก่ผู้เรียนมากที่สุด


วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ตัวอย่างหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนหนองหว้าวิทยาคาร



ตัวอย่างหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนหนองหว้าวิทยาคาร
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนหนองหว้าวิทยาคาร (ประจําปีการศึกษา 2562) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 24 สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานการศึกษาพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560)
คําขวัญ
-ศึกษาดี สามัคคี มีวินัย น้ำใจงาม
ดอกไม้ประจําโรงเรียน -ดอกฝาง
สีประจําโรงเรียน  สีเหลือง-ฟ้า
วิสัยทัศน์ (Vision) § โรงเรียนหนองหว้า เป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ จัดการศึกษาได้ มาตรฐานการศึกษาชาติ มีความเป็นเลิศทางวิชาการและคุณธรรม รักษ์ความเป็นไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคม และใช้ชีวิตอย่าง พอเพียง พันธกิจ (Mission) 1. ยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้ได้มาตรฐานการศึกษาระดับชาติ      
2. บริหารองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ 3. พัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษาโดยยึดหลักธรรมาภิบาล 4. ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ดําเนินชีวิตโดยยึดแนวปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง 5. สร้างความสัมพันธ์กับชุมชน สืบสานศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย อนุรักษ์และใส่ใจสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคม 6. พัฒนาให้ผู้เรียนมีทักษะในการดําเนินชีวิต 7. ส่งเสริมให้ใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน
เป้าประสงค์ ( Goals ) 1. ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถเต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพด้านคุณธรรมและจริยธรรม 2. ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และดําเนินชีวิต โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และใน ศตวรรษที่ 21  3. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ความสามารถ ตามมาตรฐานวิชาชีพ
4. มีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ 5. มีระบบบริหารจัดการโดยยึดหลักธรรมาภิบาล
6. มีแหล่งเรียนรู้ สื่อ เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ

อัตลักษณ์ โรงเรียนหนองหว้าวิทยาคารเป็นโรงเรียนด้านวิชาการ (Academic School) และมุ่งสร้างให้นักเรียนมีความฉลาด อย่างสง่างาม (Smart) ซึ่ง SMART มาจาก S S – cholarly เป็นผู้ใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษา M M – oral เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม A A – ppearance เป็นผู้มีความสง่า R R – elationship เป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ T T – echnology เป็นผู้น าด้านเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 3. ความสามารถในการคิด 4. ความสามารถในการแก้ปัญหา 5. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. ความสามารถในการอยู่ในสังคมข้ามวัฒนธรรม

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนหนองหว้าวิทยาคาร พุทธศักราช 2562 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อให้ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขในฐานะเป็น พลเมืองไทยและพลเมืองโลกดังนี้
1. รักชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทํางาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ

โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุกูลนารี พุทธศักราช 2560 ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2560 ภาคเรียนที่ 1 นก. ภาคเรียนที่ 2 นก. รายวิชาพื้นฐาน 11 รายวิชาพื้นฐาน 6.5 31101 ภาษาไทย 1.0 31102 ภาษาไทย 1.0 31101 คณิตศาสตร์ 1.5 31102 คณิตศาสตร์ 1.5 31101 ฟิสิกส์ 1.5 31103 สังคมศึกษา 1.0 31121 เคมี 1.5 31162 ประวัติศาสตร์ 0.5 31141 ชีววิทยา 1.5 31102 สุขศึกษา 0.5 31101 สังคมศึกษา 1.0 31102 ทัศนศิลป์ 0.5 31161 ประวัติศาสตร์ 0.5 31102 เทคโนโลยีสารสนเทศ 0.5 31101 สุขศึกษา 0.5 31102 ภาษาอังกฤษ 1.0 31101 ทัศนศิลป์ 0.5 รายวิชาเพิ่มเติม 11 31101 การงานอาชีพ 0.5 31209 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 2.0 31101 ภาษาอังกฤษ 1.0 31203 ฟิสิกส์เพิ่มเติม 2.0 รายวิชาเพิ่มเติม 5.0 31222 เคมีเพิ่มเติม 1.5 31201 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 2.0 31242 ชีววิทยาเพิ่มเติม 1.5 31201 พลศึกษาเพิ่มเติม 0.5 30232 หน้าที่พลเมือง 2 0.5 30231 หน้าที่พลเมือง 1 0.5 31202 พลศึกษาเพิ่มเติม 0.5 31201 ภาษาอังกฤษรอบรู้ 0.5 31202 ภาษาอังกฤษรอบรู้ 0.5 31203 ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร 1.0 31203 ภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสาร 1.0 30201 ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร * 0.5 30201 ภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสาร * 0.5 I 31201 การค้นคว้าและการสร้างองค์ความรู้ ( IS1) 1.0 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 60 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 60 1.กิจกรรมแนะแนว 1 20 1.กิจกรรมแนะแนว 2 20 2.กิจกรรมนักเรียน 2.กิจกรรมนักเรียน - ลูกเสือ - บ าเพ็ญประโยชน์ 1 20 - ลูกเสือ - บําเพ็ญประโยชน์ 2 20 - ชุมนุม 1 20 - ชุมนุม 2 20 - คุณธรรม - จริยธรรม 1 นอกเวลา - คุณธรรม - จริยธรรม 2 นอกเวลา 3.กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ นอกเวลา 3.กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ นอกเวลา

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2561 ภาคเรียนที่ 1 นก. ภาคเรียนที่ 2 นก. รายวิชาพื้นฐาน 6.5 รายวิชาพื้นฐาน 6.5 32101 ภาษาไทย 1.0 3210 2 ภาษาไทย 1.0 32101 คณิตศาสตร์ 1.5 3210 2 คณิตศาสตร์ 1.5 32101 สังคมศึกษา 1.0 3210 2 สังคมศึกษา 1.0 32161 ประวัติศาสตร์ 0.5 3216 2 ประวัติศาสตร์ 0.5 32101 สุขศึกษา 0.5 3210 2 สุขศึกษา 0.5 32101 นาฏศิลป์ 0.5 3210 2 นาฏศิลป์ 0.5 32101 เทคโนโลยีสารสนเทศ 0.5 3210 2 เทคโนโลยีสารสนเทศ 0.5 32101 ภาษาอังกฤษ 1.0 3210 2 ภาษาอังกฤษ 1.0 รายวิชาเพิ่มเติม 10 รายวิชาเพิ่มเติม 9.0 32201 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 2.0 32202 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 2.0 32202 ฟิสิกส์เพิ่มเติม 2.0 32203 ฟิสิกส์เพิ่มเติม 2.0 3 221 2 เคมีเพิ่มเติม 1.5 3 222 2 เคมีเพิ่มเติม 1.5 32241 ชีววิทยาเพิ่มเติม 1.5 32242 ชีววิทยาเพิ่มเติม 1.5 30233 หน้าที่พลเมือง 0.5 30234 หน้าที่พลเมือง 0.5 32201 พลศึกษาเพิ่มเติม 0.5 32202 พลศึกษาเพิ่มเติม 0.5 32201 ภาษาอังกฤษรอบรู้ 0.5 32202 ภาษาอังกฤษรอบรู้ 0.5 30201 ภาษาสเปนเพื่อการสื่อสาร * 0.5 30201 ภาษาเวียดนามเพื่อการสื่อสาร * 0.5 I 32201 การสื่อสารและการน าเสนอ( IS2) 1.0 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 60 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 60 1.กิจกรรมแนะแนว 3 20 1.กิจกรรมแนะแนว 4 20 2.กิจกรรมนักเรียน 2.กิจกรรมนักเรียน - ลูกเสือ - บําเพ็ญประโยชน์ 3 20 - ลูกเสือ - บําเพ็ญประโยชน์ 4 20 - ชุมนุม 3 20 - ชุมนุม 4 20 - คุณธรรม - จริยธรรม 3 นอกเวลา - คุณธรรม - จริยธรรม 4 นอกเวลา 3.กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ นอกเวลา 3.กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ นอกเวลา

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2562 ภาคเรียนที่ 1 นก. ภาคเรียนที่ 2 นก. รายวิชาพื้นฐาน 6.0 รายวิชาพื้นฐาน 4.5 33101 ภาษาไทย 1.0 33102 ภาษาไทย 1.0 33101 โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 1.5 33102 สังคมศึกษา 1.0 3310 1 สังคมศึกษา 1.0 33102 สุขศึกษา 0.5 3310 1 สุขศึกษา 0.5 33102 ดนตรี 0.5 3310 1 ดนตรี 0.5 33102 การงานอาชีพ 0.5 3310 1 การงานอาชีพ 0.5 33102 ภาษาอังกฤษ 1.0 3310 1 ภาษาอังกฤษ 1.0 รายวิชาเพิ่มเติม 10 รายวิชาเพิ่มเติม 8.5 33202 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 2.0 33201 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 2.0 3 3 203 ฟิสิกส์เพิ่มเติม 2.0 3 3 202 ฟิสิกส์เพิ่มเติม 2.0 33222 เคมีเพิ่มเติม 1.5 33221 เคมีเพิ่มเติม 1.5 3 3 242 ชีววิทยาเพิ่มเติม 1.5 3 3 241 ชีววิทยาเพิ่มเติม 1.5 33164 โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 1.5 33201 พลศึกษาเพิ่มเติม 0.5 33202 พลศึกษาเพิ่มเติม 0.5 33201 ภาษาอังกฤษรอบรู้ 0.5 33202 ภาษาอังกฤษรอบรู้ 0.5 30201 ภาษารัสเซียเพื่อการสื่อสาร * 0.5 20201 ภาษาเกาหลีเพื่อการสื่อสาร * 0.5 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 60 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 60 1.กิจกรรมแนะแนว 5 20 1.กิจกรรมแนะแนว 6 20 2. กิจกรรมนักเรียน 2.กิจกรรมนักเรียน - ลูกเสือ - บําเพ็ญประโยชน์ 5 20 - ลูกเสือ - บําเพ็ญประโยชน์ 6 20 - ชุมนุม 5 20 - ชุมนุม 6 20 - คุณธรรม - จริยธรรม 5 นอกเวลา - คุณธรรม - จริยธรรม 6 นอกเวลา 3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ นอกเวลา 3.กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ นอกเวลา

หมายเหตุ * รายวิชาภาษาเพื่อการสื่อสาร สามารถปรับเปลี่ยนภาคเรียนได้ตามความเหมาะสม ** เกณฑ์การจบหลักสูตร ม.ปลาย รายวิชาพื้นฐานอย่างน้อย 41 หน่วยกิต รายวิชา เพิ่มเติมอย่างน้อย 36 หน่วยกิต *** ห้องเรียนชั้น ม. 4/6-8, ม.5/6-8 , ม.6/6-8 ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ว30241 ชีววิทยา 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จ านวน 1.5 หน่วยกิต • • ศึกษาเกี่ยวกับลักษณะที่ส าคัญของสิ่งมีชีวิต การใช้ความรู้และ กระบวนการทางชีววิทยาที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม การศึกษา ชีววิทยาโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ และการน าความร้เกี่ยวกับชีววิทยามา ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน ศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของสารเคมีที่เป็น องค์ประกอบในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต โครงสร้างและหน้าที่ของส่วนที่ห่อหุ้มเซลล ไซ โทพลาซึม และนิวเคลียสที่ศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์ การสื่อสารระหว่างเซลล์ การ เปลี่ยนแปลงสภาพของเซลล์ และการชราภาพของเซลล์โครงสร้างและการท างาน ของระบบย่อยอาหารในร่างกายของสัตว์และมนุษย์ การสลายสารอาหารระดับเซลล์ เพื่อให้ได้พลังงานในรูปของ ATP โครงสร้างและการท างานของระบบสืบพันธุ์และ การเจริญเติบโตของสัตว์และมนุษย์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลการสังเกต การวิเคราะห์ การ ทดลอง การอภิปราย การอธิบายและสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิดความเข้าใจ มี ความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ในชีวิตของ ตนเองมีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยม
ผลการเรียนรู้ 1. สืบค้นข้อมูลและอธิบายเกี่ยวกับลักษณะที่สําคัญของสิ่งมีชีวิต 2. อธิบายและสรุปเกี่ยวกับกระบวนการทางชีววิทยา ที่เป็นประโยชน์ ต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม 3. นำวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาออกแบบการทดลอง ทดลอง อภิปราย และสรุปเกี่ยวกับชีววิทยา 4. อธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าที่ของสารเคมีในเซลล์ของ สิ่งมีชีวิต 5. สืบค้นข้อมูล อภิปรายและอธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของ ส่วนประกอบภายในเซลล์ที่ศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์ 6. อภิปรายและสรุปเกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างเซลล์ การเปลี่ยนแปลง สภาพของเซลล์ และการชราภาพของเซลล์ 7. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และสรุปเกี่ยวกับโครงสร้างและการทำงาน ของระบบย่อยอาหาร และการสลายสารอาหารระดับเซลล์ในร่างกาย ของสัตว์และมนุษย์ 8. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และสรุปเกี่ยวกับโครงสร้างและการทำงาน ของระบบสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต ของสัตว์และมนุษย์ 9. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และนำความรู้เกี่ยวกับชีววิทยามาประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู้

คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ว30242 ชีววิทยา 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จํานวน 1.5 หน่วยกิต • • ศึกษาเกี่ยวกับดุลยภาพของชีวิตและการดํารงชีวิต การรักษาดุลยภาพใน ร่างกายของสัตว์และมนุษย์ศึกษาโครงสร้างและการทํางานของระบบหายใจ ระบบ ขับถ่าย ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบน้ำเหลือง และระบบภูมิคุ้มกัน การนำความรู้ที่ เป็นประโยชน์มาใช้ในการดูแลรักษาสุขภาพของร่างกาย ศึกษาโครงสร้างและ อวัยวะที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ของสัตว์และมนุษย์ ศึกษาระบบ ประสาท และอวัยวะรับความรู้สึก การรับรู้และตอบสนองของสิ่งมีชีวิตเซล์เดียว ของสัตว์และมนุษย์ เซลล์ประสาท และการทํางานของเซลล์ประสาท สมองและไข สันหลังที่เป็นศูนย์ควบคุมระบบประสาทการทํางานของระบบประสาทโซมาติกและ ระบบประสาทอัตโนวัติ โครงสร้างและการท างานของอวัยวะรับความรู้สึกที่ เกี่ยวกับนัยตากับการมองเห็น หูกับการได้ยิน จมูกกับการดมกลิ่น ลิ้นกับการรับรส และผิวหนังกับการรับความรู้สึก ศึกษาระบบต่อมไร้ท่อ โครงสร้างและการทำงาน ของต่อมไร้ท่อ ฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและอวัยวะที่สำคัญ การรักษาดุลยภาพของ ร่างกายด้วยฮอร์โมนและฟีโรโมนในสัตว์ ศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ กลไกการเกิด พฤติกรรมของสัตว์ พฤติกรรมเป็นมาแต่กำเนิดและพฤติกรรมเรียนรู้ ความสัมพันธ์ ระหว่างพฤติกรรมกับพัฒนาการของระบบประสาท การสื่อสารระหว่างสัตว์โดยการ ใช้เสียงท่าทาง และสารเคมี โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการ สืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง อภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิดความเข้าใจ มีความสามารถในการ ตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเองมีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยม

ผลการเรียนรู้ 1. สืบค้นข้อมูล ทดลอง อภิปราย และสรุปเกี่ยวกับการรักษาดุลยภาพของร่างกาย สัตว์และมนุษย์ โดยการท างานของระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบ น้าเหลือง และระบบภูมิคุ้มกัน 2. สืบค้นข้อมูล ทดลอง อภิปราย และสรุปเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต 3. สืบค้นข้อมูล ทดลอง อภิปราย และสรุปเกี่ยวกับการทำงานของระบบประสาท และอวัยวะรับความรู้สึก 4. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และสรุปเกี่ยวกับการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อใน ร่างกาย 5. สืบค้นข้อมูล ทดลอง อภิปราย และสรุปเกี่ยวกับพฤติกรรมของสัตว์ รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู้

คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ว30243 ชีววิทยา 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จ านวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษาเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของพืช โครงสร้างและหน้าที่ของพืชดอก เนื้อเยื่อพืช อวัยวะและหน้าที่ ของอวัยวะของพืชจากราก ลําต้น และใบ การแลกเปลี่ยนแก๊สและการ คายน้าของพืช การลําเลียงน้ำของพืช การลําเลียงสารอาหารของพืช และการลำเลียง  อาหารของพืช ศึกษาการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชการค้นคว้า ที่เกี่ยวข้องกับการ สังเคราะห์ด้วยแสงกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงโฟโตเรสไพเรชัน กลไกการเพิ่มความ เข้มข้น ของคาร์บอนไดออกไซด์ในพืช C4 และพืช CAM ปัจจัยบางประการที่มีผลต่อ อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงรวมทั้งการปรับตัวของพืชทางด้านโครงสร้างของใบ ทิศทาง ของใบ และการจัดเรียงใบของพืชเพื่อรับแสง ศึกษาการสืบพันธุ์ของพืชดอกและการ เจริญเติบโต วัฏจักรชีวิตและการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอกที่เกี่ยวข้องกับ โครงสร้างของดอกและการสร้างสปอร์ เรณูถุงเอ็มบริโอ การสร้างเซลล์สืบพันธุ์และการ ปฏิสนธิ ผลและเมล็ด และการงอกของเมล็ด การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืชดอก และการขยายพันธุ์พืช รวมทั้งการวัดการเจริญเติบโตของพืช ศึกษาสารควบคุมการ เจริญเติบโตของพืชและการตอบสนองของพืชต่อสิ่งแวดล้อม การน าความรู้เกี่ยวกับพืชมา ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และสรุปเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสาร สิ่งที่เรียนรู้และน าความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยม

ผลการเรียนรู้ 1. สืบค้นข้อมูล ทดลอง อภิปราย และสรุปเกี่ยวกับเนื้อเยื่อของพืช โครงสร้างและ หน้าที่ของพืชดอก การแลกเปลี่ยนแก๊สและการคายน้ำ และกระบวนการลําเลียง 2. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการค้นคว้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ทดลองและอภิปราย เพื่อศึกษากระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง 3. สืบค้นข้อมูล ทดลอง อภิปราย และสรุปเกี่ยวกับโฟโตเรสไพเรชันในพืชทั่วๆ ไป กลไกการเพิ่มความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในพืช C4 และพืช CAM รวมทั้ง ปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง 4. สืบค้นข้อมูล ทดลอง อธิบาย อภิปราย และสรุปเกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าที่ของ ดอกวัฏจักรชีวิต และการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศและการ ขยายพันธุ์พืชรวมทั้งการวัดอัตราการเจริญเติบโตของพืช 5. สืบค้นข้อมูล ทดลอง อธิบาย อภิปราย และสรุปเกี่ยวกับสารควบคุมการเจริญเติบโต ของพืช และการตอบสนองของพืชต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู้

คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ว30244 ชีววิทยา 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษาเกี่ยวกับพันธุศาสตร์และวิวัฒนาการ การถ่ายทอดทางพันธุกรรม การศึกษาพันธุศาสตร์ของเมนเดล กฏของความน่าจะเป็น กฏแห่งการแยกและกฏ แห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ การผสมเพื่อทดสอบ ลักษณะทางพันธุกรรมที่เป็นส่วน ขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล ศึกษาเกี่ยวกับยีนและโครโมโซมการถ่ายทอดยีนและ โครโมโซม การค้นพบสารพันธุกรรม โครโมโซม องค์ประกอบทางเคมีของ DNA โครงสร้างของ DNA สมบัติของสารพันธุกรรม มิวเทชัน ศึกษาเกี่ยวกับพันธุศาสตร์ และเทคโนโลยีทางDNA พันธุวิศวกรรม การวิเคราะห์ DNA และการศึกษาจีโนม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทาง DNAความปลอดภัยของเทคโนโลยีทาง DNA และ มุมมองทางสังคมและจริยธรรม ศึกษาเกี่ยวกับวิวัฒนาการหลักฐานที่บ่งบอกถึง วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต พันธุศาสตร์ ประชากร ปัจจัยที่ท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความถี่ของแอลลีล กําเนิดของสป ีชีส์ และวิวัฒนาการของมนุษย์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการ สืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง อภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อให้เกิดความร้ ความคิด ความเข้าใจมีความสามารถในการ ตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยม

ผลการเรียนรู้ 1. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ อภิปราย อธิบาย และสรุปการค้นพบกฏการถ่ายทอดทาง พันธุกรรมของเมนเดล 2. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ อภิปราย อธิบาย และสรุปการถ่ายทอดลักษณะทาง พันธุกรรมที่เป็นส่วนขยาย ของพันธุศาสตร์เมนเดลและความแปรผันทาง พันธุกรรม 3. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ และอธิบายเกี่ยวกับโครโมโซม โครงสร้างและหน้าที่ของ สารพันธุกรรม 4. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับสมบัติของสารพันธุกรรม 5. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ อภิปราย อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับการเกิดมิวเทชัน และผล ของการเกิดมิวเทชัน
6. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ อภิปราย และอธิบายเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอและ การนําความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน ด้านต่าง ๆ 7. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ อภิปราย อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับหลักฐานการเกิด วิวัฒนาการ และแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการ 8. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับพันธุศาสตร์ประชากรและการ กําเนิดสปีชีส์ 9. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับวิวัฒนาการของมนุษย์ รวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู้

คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ว30245 ชีววิทยา 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 1 เวลา 0 ชั่วโมง จำนวน . หน่วยกิต 6 1 5 ศึกษาเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต การศึกษาความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต กําเนิดของชีวิต อาณาจักรของสิ่งมีชีวิตความหลากหลายทางชีวภาพ ในประเทศไทย การสูญเสียความ หลากหลายทางชีวภาพ ศึกษาเกี่ยวกับประชากร ความหนาแน่นและการแพร่กระจายของ ประชากร ขนาดของประชากร รูปแบบการเพิ่มของประชากร การรอดชีวิตของประชากร ประชากรมนุษย์ ศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์กับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ประโยชน์ ปัญหาและการจัดการ หลักการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และชนิด พันธุ์ต่างถิ่นที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลองการ อภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถใน การตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยม

ผลการเรียนรู้ 1. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และอธิบายเกี่ยวกับความหมายและองค์ประกอบของความหลากหลาย ทางชีวภาพ 2. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และอธิบายการศึกษาความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต การจัดหมวดหมู่ ของสิ่งมีชีวิต ชื่อของสิ่งมีชีวิต และการระบุชนิด 3. สืบค้นข้อมูล อภิปราย อธิบายและสรุปเกี่ยวกับก าเนิดของชีวิต ก าเนิดของเซลล์โพรคาริโอต และเซลล์ยูคาริโอต 4. สืบค้นข้อมูล ทดลอง อภิปราย อธิบาย และสรุปเกณฑ์ที่ใช้ในการจัดจําแนกสิ่งมีชีวิตออกเป็น โดเมนและอาณาจักร ลักษณะที่เหมือนและแตกต่างกันของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรมอเนอรา อาณาจักรโพรทิสตา อาณาจักรพืช อาณาจักรฟังไจ และอาณาจักรสัตว์
5. สืบค้นข้อมูล อภิปราย อธิบาย และนําเสนอคุณค่าของความหลากหลายทางชีวภาพกับการใช้ ประโยชน์ของมนุษย์ที่มีผลต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 6. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และนำเสนอสถานการณ์ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย และผลกระทบจากการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
7. ออกแบบสถานการณ์จําลองที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงปัจจัยต่าง ๆ ของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อ การอยู่รอดของสิ่งมีชีวิต 8. วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปได้ว่าการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตสัมพันธ์กับความหลากหลายของ สิ่งมีชีวิต 9. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และอธิบายเกี่ยวกับความหมายของประชากร ความหนาแน่นของ ประชากร อัตราการเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากร และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง ขนาดของประชากร 10. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องประชากรมนุษย์ การเติบโต และ โครงสร้างอายุของประชากรมนุษย์ 11. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติ 12. อภิปราย อธิบาย และสรุปแนวทางการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง การอนุรักษ์และพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมทั้งเสนอแนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ 13. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และอธิบายเกี่ยวกับชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ส่งผลกระทบต่อ สภาพแวดล้อม รวมทั้งหมด 13 ผลการเรียน

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย(ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6) เป็นระดับ การศึกษาที่มุ่งเน้น การเพิ่มพูนความรู้และทักษะเฉพาะด้าน สนองตอบความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียนแต่ ละคน ทั้งด้านวิชาการ และวิชาชีพ มีทักษะ มีทักษะในการใช้ วิทยาการและเทคโนโลยี ทักษะกระบวนการคิดขั้นสูง สามารถนำ ความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการศึกษาต่อ และการ ประกอบอาชีพ มุ่งพัฒนาตนและประเทศตามบทบาทของตน สามารถเป็นผู้นำ และผู้ให้บริการชุมชนในด้านต่าง ๆ กรอบ ภาพรวมของการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 • กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองตาม ศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้ง ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มี ศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตส านึกของ การท าประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเอง ได้ และอยู่ ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แบ่งเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้ 1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้ สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจโดยคํานึงถึงความ แตกต่างระหว่างบุคคล ด้วยกระบวนการทางจิตวิทยา การแนะแนวให้ ครอบคลุมด้านการศึกษาอาชีพส่วนตัวและสังคม กิจกรรมสำคัญในการ พัฒนา ได้แก่ กิจกรรมการรู้จักเข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น กิจกรรมการปรับตัวและดํารงชีวิต กิจกรรม แสวงหาและใช้มูลสารสนเทศ กิจกรรมการตัดสินใจและแก้ปัญหา เป็นต้น นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วม กิจกรรมแนะแนว 20 ชั่วโมงต่อภาคเรียน แนวการจัดกิจกรรมแนะแนว 1. จัดกิจกรรมเพื่อให้ครู ได้รู้จักและช่วยเหลือผู้เรียนมากขึ้น โดยใช้ กระบวนการทาง จิตวิทยา การจัดบริการสนเทศ โดยจัดให้มีเอกสารเพื่อใช้
สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน ด้วยการ สังเกต การสัมภาษณ์ การใช้ แบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผู้ปกครองก่อนและระหว่างเรียน การเยี่ยมบ้านนักเรียน การให้ความช่วยเหลือผู้เรียนในเรื่องสุขภาพจิต เศรษฐกิจ การจัดทำระเบียน สะสม สมุดรายงานประจําตัวนักเรียน และ บัตรสุขภาพ 2. จัดกิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ์ โดยทำแบบทดสอบเพื่อรู้จักและ เข้าใจ ตนเอง มีทักษะในการตัดสินใจ การปรับตัว และการวางแผนเพื่อเลือกศึกษาต่อเลือกอาชีพ

3. จัดบริการให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียน เป็นรายบุคคล และรายกลุ่ม ในด้าน การศึกษา อาชีพ และส่วนตัว โดยมีผู้ให้ค าปรึกษาที่มีคุณวุฒิและมีความ เชี่ยวชาญในเรื่องการให้คำปรึกษา ตลอดจนมีห้องให้คำปรึกษาที่เหมาะสม 3.1 ช่วยเหลือผู้เรียนที่ประสบปัญหาด้านการเงิน โดยการให้ทุนการศึกษา แก่ ผู้เรียน 3.2 ติดตามเก็บข้อมูลของนักเรียนที่สำเร็จการศึกษา คุณลักษณะที่พึง ประสงค์ของกิจกรรมแนะแนว 1.รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น 2.รู้จักแสวงหาและใช้ข้อมูลสารสนเทศ 3. สามารถพัฒนาบุคลิกภาพและปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 4. มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต 5. มีค่านิยมที่ดี มีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม 6. มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ 2. กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมนักเรียนเป็นกิจกรรมที่หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนปทุม พิทยาคม พุทธศักราช 2552 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดให้ ผู้เรียนทุกคนได้เรียน เพื่อส่งเสริมพัฒนา ความสามารถของตนเองตามความถนัด ความสนใจ ตาม ศักยภาพของตนเอง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์รวมให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาครอบคลุมทั้งด้าน ร่างกาย สติปัญญาอารมณ์และสังคม สร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ปลูกฝัง และสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม และสามารถบริหาร จัดการตนเองได้ กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย

2.1 กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี จำนวน 20 ชั่วโมงต่อภาคเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัยความเป็น ผู้นำผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การ ตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน การประนีประนอม เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งด้านร่างกายจิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา เป็นต้น แนวการจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ผู้เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 -3 ทุกคน ได้ฝึกอบรมวิชา ลูกเสือ เนตรนารี เพื่อส่งเสริมหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ส่งเสริมความ สามัคคี มีวินัย และบำเพ็ญ ประโยชน์ต่อสังคม โดยดำเนินการจัดกิจกรรมตามข้อกําหนดของ คณะกรรมการลูกเสือแห่งชาติ 2.2 กิจกรรมชุมนุม เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับ ความสามารถความถนัด และความสนใจ โดยเน้นให้ผู้เรียนปฏิบัติด้วย ตนเองตั้งแต่การศึกษา วิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและ ปรับปรุงการทํางาน เน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม นักเรียนทุกคนต้อง เข้าร่วมกิจกรรม จนครบตามกรอบเวลาเรียนที่กำหนด

แนวการจัดกิจกรรมชุมนุม ผู้เรียนสามารถเลือกเข้าเป็นสมาชิกชุมนุม วางแผนการดํานินกิจกรรม ร่วมกัน โดย มีชุมนุมที่หลากหลาย เหมาะสมกับเพศวัย และความสนใจของ ผู้เรียน ประกอบด้วยกิจกรรมด้าน คุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม อนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมการเรียนรู้ การศึกษาดูงาน การ ฝึกปฏิบัติ 3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและให้ผู้เรียนได้ทำประโยชน์ตาม ความสามารถความถนัด และ ความสนใจในลักษณะอาสาสมัครเพื่อแสดง ถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มี จิตใจมุ่งทำ ประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม กิจกรรมสำคัญได้แก่กิจกรรม บำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม กิจกรรมดำรงรักษา สืบสาน ศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม กิจกรรมพัฒนา นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อ สังคม ระกับการจัดการศึกษา เวลาเรียนส าหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในส่วน กิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณประโยชน์จัดสรรเวลาให้ผู้เรียนดังนี้ - ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 รวม 3 ปี จํานวน 60 ชั่วโมง (เฉลี่ยปีละ 20 ชั่วโมง) การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ นำไป สอดแทรกในกิจกรรมวัน สําคัญต่าง ๆ ที่โรงเรียนจัดขึ้น ทั้งนี้การทำ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ให้ผู้เรียน รายงานแสดง การเข้าร่วมกิจกรรมลงในสมุดบันทึก และมีผู้รับรองผลการเข้าร่วม กิจกรรมทุกครั้งทั้ง กิจกรรมในสถานศึกษาและกิจกรรมนอก สถานศึกษา

แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาสังคมและสาธารณประโยชน์ 1. จัดให้เหมาะสมกับวัย ความสนใจ ความถนัด และความสามารถของ ผู้เรียน 2. มีการกำหนดวัตถุประสงค์และแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม 3. เน้นการท างานร่วมกันเป็ นกลุ่ม ใช้กระบวนการกลุ่มในการจัด ประสบการณ์เรียนรู้ ฝึกให้คิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์จินตนาการ ที่เป็น ประโยชน์ 4. มีการกำหนดเวลาในการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมตามโครงสร้างหลักสูตร สถานศึกษา 5. ผู้เรียนเป็นผู้ดำเนินการ ปฏิบัติด้วยตนเอง มีครูเป็นที่ปรึกษา 6. ยึดหลักการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กร ทั้ง ภาครัฐและเอกชน มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม 7. มีการประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม ด้วยวิธีที่หลากหลาย และสอดคล้อง กับกิจกรรม อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยให้ถือว่าเป็นเกณฑ์ประเมินผล การผ่านช่วงชั้นเรียน 8. พัฒนาความสามารถของตนเองตามความถนัด ความสนใจ ตามศักยภาพ ของตนเอง โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม ปลูกฝังและสร้าง จิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม

คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของกิจกรรมนักเรียน 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทํางาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ แนวทางการประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนปทุมพิทยาคมจัดให้มีการประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนปลาย ภาค โดยยึดหลักการ ดังนี้ 1. ผู้รับผิดชอบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในสถานศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง จะ ประเมินผู้เรียน ตามจุดประสงค์ของกิจกรรมนั้น ๆ อย่างต่อเนื่อง ตลอด ช่วงเวลาของการเข้ารับกิจกรรมโดยการ รวบรวมจากการบันทึกเข้าร่วม กิจกรรม ผลการปฏิบัติกิจกรรม เวลาเรียนหรือเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรม เมื่อ สิ้นสุดกิจกรรมน าผลมาพิจารณาตัดสินร่วมกัน 2. การให้ผลการตัดสินการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ให้ผู้รับผิดชอบ กิจกรรม พัฒนาผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดให้ผลการประเมินเป็น ผ่าน และ ไม่ผ่าน 3. ในกรณีที่ผู้เรียน ไม่ผ่าน การเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ให้ผู้เข้าร่วม รับการซ่อม เสริมหรือเลือกกิจกรรมใหม่ จนกว่าผลการประเมินเป็น ผ่าน ครบทุกกิจกรรม ตามหลักสูตรที่ สถานศึกษาก าหนด 80 โครงสร้างและ เวลาเรียนกิจกรรม

การพิจารณามอบหมายผู้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน คณะครูทุกคนเป็นที่ปรึกษากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามที่สถานศึกษา มอบหมาย โดยให้มีบทบาท ดังนี้ 1.ปฐมนิเทศผู้เข้าเรียนให้เข้าใจเป้าหมาย วิธีการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 2. เลือกตั้งคณะกรรมการการด าเนินกิจกรรม 3. ส่งเสริมการจัดท าแผนงาน / โครงการ โดยให้ผู้เรียนร่วมแสดงความ คิดเห็นใน การจัดทำแผนงานโครงการ และปฏิทินปฏิบัติงาน 4. ประสานงาน และอำนวยความสะดวกในด้านทรัพยากรตามความ เหมาะสม 5. ให้คำปรึกษา ดูแล ติดตามการจัดกิจกรรมของผู้เรียนให้เป็นไปตาม แผนงานด้วย ความเรียบร้อย และปลอดภัย 6. ประเมินผลการเข้าร่วมและปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียน

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บน หลักการพื้นฐานสองประการคือการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียน และเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของ ผู้เรียนให้ประสบผลสำเร็จนั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและ ประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ ผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับ เขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผลการ เรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการ ประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจน ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนา และเรียนรู้อย่างเต็มตามศักยภาพการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียน 1. การตัดสิน การให้ระดับและการรายงานผลการเรียน 1.1 การตัดสินผลการเรียน ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนา ผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องคำนึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนเป็นหลัก และต้องเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม ่าเสมอและต่อเนื่องใน แต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อมเสริมผู้เรียนให้พัฒนาจนเต็มตาม ศักยภาพ ระดับมัธยมศึกษา (1) ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาค เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น ๆ (2) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษาก าหนด (3) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา (4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตาม เกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

1.2 การให้ระดับผลการเรียน ระดับมัธยมศึกษา ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนเป็น 8 ระดับการประเมินการ อ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ ระดับผลการประเมินเป็น ดีเยี่ยม ดี และผ่านการประเมินกิจกรรม พัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา ก าหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผ่านและไม่ผ่าน 1.3 การรายงานผลการเรียน การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียน ทราบความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้อง สรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบ เป็นระยะ ๆ หรืออย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้งการรายงานผลการ เรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนที่ สะท้อนมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้

2. เกณฑ์การจบการศึกษา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดเกณฑ์กลางสำหรับการ จบการศึกษาเป็น 3 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย 2 เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม ไม่น้อยกว่า 81 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 39 หน่วยกิต รายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษา กำหนด (2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดย เป็นรายวิชาพื้นฐาน 39 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติม ไม่น้อยว่า 38 หน่วยกิต (3) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่าน เกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด (4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่าน เกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด (5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์ การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด สําหรับการจบการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษา เฉพาะทาง การศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัยให้คณะกรรมการ ของสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์ในแนวปฏิบัติการวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

การวัด/ประเมินการเรียนรู้ และการจบหลักสูตร เกณฑ์การตัดสินผลการเรียนผ่านช่วงชั้น ตามหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำผลการประเมิน ไปใช้พัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ของกลุ่ม สาระการเรียนรู้และกิจกรรมต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้เพื่อใช้เป็น ข้อมูลสำหรับการตัดสินความสำเร็จในการเรียน การผ่านช่วง ชั้น และการจบหลักสูตรการศึกษาระดับต่าง ๆ ผู้เรียนทุกคนต้อง ได้รับการตัดสินให้ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานทั้ง 4 เกณฑ์ ดังนี้ เกณฑ์ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม 1.1 ผู้เรียนทุกคนต้องเรียนสาระการเรียนรู้วิชาพระพุทธศาสนาและ เรียนเรื่องราวของทุกศาสนา เพื่อการเข้าใจวิถีชีวิตไทย การเข้าใจ ซึ่งกันและกัน และการอยู่ร่วมกันอย่างสงบและสันติ 1.2 ผู้เรียนต้องเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ สาระการ เรียนรู้เพิ่มเติม และเลือกแผนการเรียนที่สถานศึกษาจัดขึ้น 1.3 สถานศึกษาสามารถกำหนดระบบรายงานผลการเรียนเป็น ระบบใด ๆ แต่ต้องเป็นแนวเดียวกันทั้งสถานศึกษา เช่น - แบบคะแนนร้อยละ ผู้เรียนต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า ร้อยกว่า 50 - แบบระดับผลการเรียน 8 ระดับ เช่น 4 – 3.5 – 3 – 2.5 – 2 – 1.5 – 1 – 0 ผู้เรียนต้องได้ระดับผลการเรียนไม่น้อย กว่า “1” จึงต้องผ่านเกณฑ์การประเมินขั้นค่า - การเปลี่ยนคะแนนที่ได้ให้เป็นระดับผลการเรียน โดย ใช้เกณฑ์ ดังนี้
4 หมายถึง ผลการเรียนดีเยี่ยม ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ 80 100 – 3.5 หมายถึง ผลการเรียนดีมาก ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ 75 79 – 3 หมายถึง ผลการเรียนดี ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ 70 74 – 2.5 หมายถึง ผลการเรียนค่อนข้างดี ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ55 59 – 2 หมายถึง ผลการเรียนน่าพอใช้ ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ 50 54 – 1.5 หมายถึง ผลการเรียนพอใช้ ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ 55 – 59 1 หมายถึง ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ าที่ก าหนด ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ 50– 54 0 หมายถึง ผลการเรียนต่ ากว่าเกณฑ์ขั้นต่ า ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ 0 – 49 1.4 ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทั้ง 8 กลุ่ม และสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมในระดับ ผ่านทุกรายวิชา จึงจะ ได้รับการตัดสินให้ผ่านระดับชั้นและการผ่านช่วงชั้น 1.5 ผู้เรียนมีสิทธิขอรับการประเมินใหม่ เพื่อให้ได้คะแนนสูงขึ้น การประเมิน เพื่อปรับคะแนนผลการเรียนให้สูงขึ้น จะยุติเมื่อผู้สอนตัดสินผลการเรียนของรายวิชา นั้น ๆ แล้ว 1.5 ผู้เรียนที่ได้ผลการประเมิน “0” หรือ ต ่ากว่าร้อยละ 50” ผู้ปกครองต้อง ติดตามผู้เรียนให้เข้ารับการซ่อมเสริม จนได้ผลการเรียนในระดับผ่านเกณฑ์ขั้น ต ่าที่ก าหนด” 1.7 ผู้เรียนที่เข้ารับการซ่อมเสริม เมื่อ ผ่านการซ่อมเสริมแล้ว จะได้รับ คะแนนตามผลการประเมินใหม่ 1.8 การประเมินแต่ละช่วงชั้น ช่วงชั้นที่ 2 หรือชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3 ประเมินผล - การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นรายภาค ช่วงชั้นที่ 3 หรือชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 5 ประเมินผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นรายภาค

เกณฑ์ที่ 2 การอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนสื่อความ กระท าได้ หลายวิธี ปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม มีแนวด าเนินการดังนี้ 2.1 สถานศึกษามีหน้าที่แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินการ อ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนสื่อความ 2.2คณะกรรมการมี หน้าที่ก าหนดเงื่อนไขการ อ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนสื่อความ โดยแยกต่างหากจากผลการ เรียนรู้รายปี/ภาค แล้วมอบผู้สอนไปด าเนินการทุกรายวิชา 2.3 ผู้สอนมอบหมายผู้เรียนแต่ละคนไปศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับสาระการเรียนรู้นั้น หรือท าโครงงาน หรือ เลือก ชิ้นงาน หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถใน การอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนสื่อความ 2.4 ให้มีการประเมินผลเป็นระยะ ๆ เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะ กรรมการฯ แล้ว ให้ครูประจ าชั้น / ครูที่ปรึ กษา ฝ่ าย วัดผล ประกาศให้ผู้เรียนทราบ และรายงานผู้ปกครองใน ปพ.5 2. 5 ผู้เ รี ย น ที่ ผ่า น เ กณ ฑ์ก า รป ร ะ เ มิ น ก า ร อ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนสื่อความ ตามที่สถานศึกษา ก าหนด จึงจะได้รับการตัดสินให้ผ่านระดับชั้น และการผ่านช่วงชั้น

เกณฑ์ที่ 3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา 3.1 คณะกรรมการสถานศึกษามีหน้าที่กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา เพื่อสร้ างเอกลักษณ์ เกี่ ยวกับ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และวัฒนธรรมในการด ารงชีวิตให้สามารถอยู่ ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ สถานศึกษา และชุมชน 3.2 คุ ณลักษณะอันพึงประสงค์หรื อพฤติ กรรมของ ผู้เรียน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ “3” หรือ ดีเยี่ยมหมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมตามตัวบ่งชี้ ผ่าน เกณฑ์ เป็นร้อยละ 80-100 แสดงว่า ผู้เรียนมีคุณลักษณะนั้นจนสามารถ เป็นแบบอย่างแก่ผู้อื่นได้ “2” หรือ ดีหมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมตามตัว บ่งชี้ ผ่านเกณฑ์ เป็น ร้อยละ 70-79 แสดงว่า ผู้เรียนมีคุณลักษณะนั้นด้วยการปฏิบัติตนด้วย ความเต็มใจ มีพฤติกรรมดีตามปกติ “1” หรือ ผ่านเกณฑ์การประเมินหมายถึง ผู้เรียนมี พฤติกรรมตามตัวบ่งชี้ ผ่านเกณฑ์ เป็นร้อยละ 50-59 แสดงว่า ผู้เรียนมีคุณลักษณะนั้นได้ปฏิบัติ ตนด้วยการพยายามปฏิบัติตามค าแนะน า “0” หรือ ปรับปรุงหมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมตามตัว บ่งชี้ ผ่านเกณฑ์ เป็นร้อยละ 0-49 แสดงว่า ผู้เรียนมีคุณลักษณะนั้นต้องมีผู้อื่นคอยกระตุ้น เตือน 3.3 ผู้เรียนต้องได้รับผลการประเมิน ดีเยี่ยม” “ดีหรือ ผ่าน เกณฑ์การประเมินจึงถือว่า ผ่าน” 3.4 ผู้เรียนที่ได้รับผลการประเมิน ปรับปรุงเป็นผู้เรียนที่ไม่ ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา ต้อง เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมคุณความดี ตามแนวทางที่สถานศึกษากำหนดให้ ครบถ้วน จึงจะได้รับการตัดสินให้ผ่านระดับชั้น และการผ่านช่วงชั้น

เกณฑ์ที่ 4 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 4.1 สถานศึกษามีหน้าที่กําหนดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และแนวทาง ในการประเมินผลการเข้าร่วมกิจกรรม และให้มีการบันทึกผลการเข้า ร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนไว้เป็นหลักฐาน 4.2 ผู้เรียนต้องเข้าร่วมและปฏิบัติกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอด ช่วงเวลาของการจัดกิจกรรม และ ผ่านเกณฑ์การประเมินผล ตามที่สถานศึกษาก าหนด 4.3 ผู้เรียนที่ ไม่ผ่านต้องแก้ไข / ซ่อมเสริม ให้ ผ่านทุก กิจกรรม จึงจะได้รับการตัดสินผ่านระดับชั้น และการผ่านช่วงชั้น จัดทำโดย นายคมสัน ศิริวัฒน์


ทฤษฎีของ Bloom เพิ่มเติม



ทฤษฎีของ Bloom
ได้จำแนกจุดมุ่งหมายการเรียนรู้ออกเป็น 3 ด้าน  คือ
                                 1. ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain)
                                 2. ด้านทักษะพิสัย (Psychomotor Domain)
                                 3. ด้านเจตพิสัย (Affective Domain)
-พุทธิพิสัย (Cognitive Domain)
   พฤติกรรมด้านสมองเป็นพฤติกรรมเกี่ยวกับสติปัญญา ความรู้ ความคิด ความเฉลียวฉลาด ความสามารถในการคิดเรื่องราวต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นความสามารถทางสติปัญญา
พฤติกรรมทางพุทธิพิสัย  6 ระดับ ได้แก่
1. ความรู้ความจำ  ความสามารถในการเก็บรักษามวลประสบการณ์ต่าง ๆ จากการที่ได้รับรู้ไว้และระลึกสิ่งนั้นได้เมื่อต้องการเปรียบดังเทปบันทึกเสียงหรือวีดิทัศน์
ที่สามารถเก็บเสียงและภาพของเรื่องราวต่างๆได้  สามารถเปิดฟังหรือ ดูภาพเหล่านั้นได้  เมื่อต้องการ
2. ความเข้าใจเป็นความสามารถในการจับใจความสำคัญของสื่อ และสามารถแสดงออกมาในรูปของการแปลความ ตีความ คาดคะเน ขยายความ หรือ การกระทำอื่น ๆ 
3. การนำความรู้ไปใช้ เป็นขั้นที่ผู้เรียนสามารถนำความรู้ ประสบการณ์ไปใช้ในกาแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ซึ่งจะต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจ จึงจะสามารถนำไปใช้ได้
4. การวิเคราะห์ 
ผู้เรียนสามารถคิด หรือ แยกแยะเรื่องราวสิ่งต่าง ๆ ออกเป็นส่วนย่อย เป็นองค์ประกอบที่สำคัญได้ และมองเห็นความสัมพันธ์ของส่วนที่เกี่ยวข้องกัน ความสามารถในการวิเคราะห์จะแตกต่างกันไปแล้วแต่ความคิดของแต่ละคน
5. การสังเคราะห์ 
ความสามารถในการที่ผสมผสานส่วนย่อย ๆ เข้าเป็นเรื่องราวเดียวกันอย่างมีระบบ เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ที่สมบูรณ์และดีกว่าเดิม อาจเป็นการถ่ายทอดความคิดออกมาให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่าย การกำหนดวางแผนวิธีการดำเนินงานขึ้นใหม่ หรือ อาจจะเกิดความคิดในอันที่จะสร้างความสัมพันธ์ของสิ่งที่เป็นนามธรรมขึ้นมาในรูปแบบ หรือ แนวคิดใหม่
6. การประเมินค่า 
เป็นความสามารถในการตัดสิน ตีราคา หรือ สรุปเกี่ยวกับคุณค่าของสิ่งต่าง ๆ ออกมาในรูปของคุณธรรมอย่างมีกฎเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งอาจเป็นไปตามเนื้อหาสาระในเรื่องนั้น ๆ หรืออาจเป็นกฎเกณฑ์ที่สังคมยอมรับก็ได้

จิตพิสัย (Affective Domain)(พฤติกรรมด้านจิตใจ)
   ค่านิยม ความรู้สึก ความซาบซึ้ง  ทัศนคติ ความเชื่อ ความสนใจและคุณธรรม  พฤติกรรมด้านนี้อาจไม่เกิดขึ้นทันที ดังนั้น การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และสอดแทรกสิ่งที่ดีงามอยู่ตลอดเวลา จะทำให้พฤติกรรมของผู้เรียนเปลี่ยนไปในแนวทางที่พึงประสงค์ได้

ด้านจิตพิสัย
จะประกอบด้วย พฤติกรรมย่อย ๆ 5 ระดับ ได้แก่
 1.การรับรู้ ... เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นต่อปรากฎการณ์ หรือสิ่งเร้าอย่างใดอย่างหนึ่ง
ซึ่งเป็นไปในลักษณะของการแปลความหมายของสิ่งเร้านั้นว่าคืออะไร แล้วจะแสดงออกมาในรูปของความรู้สึกที่เกิดขึ้น
2. การตอบสนอง ...เป็นการกระทำที่แสดงออกมาในรูปของความเต็มใจ ยินยอม และพอใจต่อสิ่งเร้านั้น ซึ่งเป็นการตอบสนองที่เกิดจากการเลือกสรรแล้ว
3. การเกิดค่านิยม ... การเลือกปฏิบัติในสิ่งที่เป็นที่ยอมรับกันในสังคม การยอมรับนับถือในคุณค่านั้น ๆ หรือปฏิบัติตามในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จนกลายเป็นความเชื่อ แล้วจึงเกิดทัศนคติที่ดีในสิ่งนั้น
4. การจัดระบบ ... การสร้างแนวคิด จัดระบบของค่านิยมที่เกิดขึ้นโดยอาศัยความสัมพันธ์
ถ้าเข้ากันได้ก็จะยึดถือต่อไปแต่ถ้าขัดกันอาจไม่ยอมรับอาจจะยอมรับค่านิยมใหม่โดยยกเลิกค่านิยมเก่า
5. บุคลิกภาพ ... การนำค่านิยมที่ยึดถือมาแสดงพฤติกรรมที่เป็นนิสัยประจำตัว ให้ประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่ถูกต้องดีงามพฤติกรรมด้านนี้ จะเกี่ยวกับความรู้สึกและจิตใจ ซึ่งจะเริ่มจากการได้รับรู้จากสิ่งแวดล้อม แล้วจึงเกิดปฏิกิริยาโต้ตอบ ขยายกลายเป็นความรู้สึกด้านต่าง ๆ
จนกลายเป็นค่านิยม และยังพัฒนาต่อไปเป็นความคิด อุดมคติ ซึ่งจะเป็นควบคุมทิศทางพฤติกรรมของคนคนจะรู้ดีรู้ชั่วอย่างไรนั้น ก็เป็นผลของพฤติกรรมด้านนี้

ทักษะพิสัย (Psychomotor Domain) (พฤติกรรมด้านกล้ามเนื้อประสาท)
    พฤติกรรมที่บ่งถึงความสามารถในการปฏิบัติงานได้อย่างคล่องแคล่วชำนิชำนาญ  ซึ่งแสดงออกมาได้โดยตรงโดยมีเวลาและคุณภาพของงานเป็นตัวชี้ระดับของทักษะ
พฤติกรรมด้านทักษะพิสัย ประกอบด้วย พฤติกรรมย่อย ๆ 5 ขั้น ดังนี้
1.       การรับรู้ ... เป็นการให้ผู้เรียนได้รับรู้หลักการปฏิบัติที่ถูกต้อง หรือ เป็นการเลือกหาตัวแบบที่สนใจ
2.       กระทำตามแบบ หรือ เครื่องชี้แนะ ... เป็นพฤติกรรมที่ผู้เรียนพยายามฝึกตามแบบที่ตนสนใจและพยายามทำซ้ำ เพื่อที่จะให้เกิดทักษะตามแบบที่ตนสนใจให้ได้ หรือ สามารถปฏิบัติงานได้ตามข้อแนะนำ
3.       การหาความถูกต้อง พฤติกรรมสามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องชี้แนะ  เมื่อได้กระทำซ้ำแล้ว  ก็พยายามหาความถูกต้องในการปฏิบัติ
4.      การกระทำอย่างต่อเนื่องหลังจากตัดสินใจเลือกรูปแบบที่เป็นของตัวเองจะกระทำตามรูปแบบนั้นอย่างต่อเนื่อง จนปฏิบัติงานที่ยุ่งยากซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง คล่องแคล่ว  การที่ผู้เรียนเกิดทักษะได้  ต้องอาศัยการฝึกฝนและกระทำอย่างสม่ำเสมอ
5.      การกระทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ พฤติกรรมที่ได้จากการฝึกอย่างต่อเนื่อง
 จนสามารถปฏิบัติ ได้คล่องแคล่วว่องไวโดยอัตโนมัติ เป็นไปอย่างธรรมชาติ
  ซึ่งถือเป็นความสามารถของการปฏิบัติในระดับสูง


เกี่ยวกับบล็อก

      นางสาว ธัญญลักษ์   พิมล   613150610178   ชั้นปีที่ 2 ห้อง 1 สาขาวิชาภาษาไทย    คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม    ภาคเรี...